เนื้องอกมดลูก ภัยเงียบผู้หญิงวัย 35+ ที่ไม่ควรมองข้าม

สำหรับผู้หญิงที่ก้าวเข้าสู่วัย 35 ปีขึ้นไป นอกจากจะต้องดูแลสุขภาพในด้านต่างๆ แล้ว ยังมี “ภัยเงียบ” อย่างหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในร่างกายและไม่ควรมองข้าม นั่นคือ เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก (Uterine Fibroids) ซึ่งเป็นโรคทางนรีเวชที่พบบ่อยที่สุด แม้ส่วนใหญ่จะไม่ใช่เนื้อร้าย แต่ก็สามารถสร้างปัญหากวนใจและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก การทำความเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ และทางเลือกในการรักษา รวมถึงการ ผ่าตัดมดลูก จะช่วยให้คุณพร้อมรับมือกับโรคนี้ได้อย่างมั่นใจ
สาเหตุของการเกิดเนื้องอกในมดลูก
แม้สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูกจะยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ทางการแพทย์เชื่อว่ามีปัจจัยเสี่ยงสำคัญหลายอย่างที่กระตุ้นให้เกิดโรคนี้ได้ โดยเฉพาะในผู้หญิงวัย 35 ปีขึ้นไป ปัจจัยที่พบได้บ่อย ได้แก่:
- ฮอร์โมนเอสโตรเจน: ระดับฮอร์โมนเพศหญิงที่สูงเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เนื้องอกเจริญเติบโต
- อายุ: ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นในผู้หญิงช่วงอายุ 35-50 ปี
- พันธุกรรม: หากมีประวัติคนในครอบครัวสายตรง (แม่, พี่สาว, น้องสาว) เป็นเนื้องอกมดลูก ความเสี่ยงของคุณจะสูงขึ้นกว่าคนทั่วไปถึง 3 เท่า
- ปัจจัยอื่นๆ: เช่น ภาวะน้ำหนักเกิน, การเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรกตั้งแต่อายุยังน้อย
ชนิดของเนื้องอกมดลูก และอาการที่ควรระวัง
เราสามารถแบ่งชนิดของเนื้องอกได้ตามตำแหน่งที่มันเจริญเติบโต ซึ่งแต่ละชนิดก็ส่งผลให้เกิดอาการที่แตกต่างกันไป
ชนิดที่โตในกล้ามเนื้อมดลูก (Intramural Fibroids)
เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด ทำให้มดลูกมีขนาดใหญ่ขึ้นโดยรวม อาจส่งผลให้ปวดหน่วงท้องน้อย ประจำเดือนมามาก และรู้สึกแน่นท้อง
ชนิดที่ยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก (Submucosal Fibroids)
แม้มักมีขนาดเล็ก แต่เป็นชนิดที่ส่งผลกระทบมากที่สุด ทำให้มีเลือดประจำเดือนออกมากผิดปกติ, มีเลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างรอบเดือน และเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะมีบุตรยาก
ชนิดที่ยื่นออกมานอกผนังมดลูก (Subserosal Fibroids)
ก้อนเนื้องอกจะโตออกไปด้านนอกตัวมดลูก หากมีขนาดใหญ่มากอาจไปกดเบียดอวัยวะข้างเคียง เช่น กระเพาะปัสสาวะ (ทำให้ปัสสาวะบ่อย) หรือลำไส้ใหญ่ (ทำให้ท้องผูก)
อาการเสี่ยงที่ควรสังเกต
ปวดหน่วงท้องน้อยเรื้อรัง, ประจำเดือนมามากผิดปกติจนมีภาวะซีด, คลำเจอก้อนในท้อง, ท้องโตขึ้น, หรือมีภาวะมีบุตรยาก ควรรีบปรึกษาแพทย์

เนื้องอกมดลูก กับ มดลูกอักเสบ หายเองได้ไหม?
หลายคนอาจสับสนระหว่างสองภาวะนี้ ต้องทำความเข้าใจว่า เนื้องอกมดลูก คือ “ก้อนเนื้อ” ที่เจริญเติบโตผิดปกติ แต่ มดลูกอักเสบ คือ “การติดเชื้อ” ในโพรงมดลูก ซึ่งเป็นคนละโรคกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นคำถามที่ว่า มดลูกอักเสบ หายเองได้ไหม คำตอบคืออาจไม่หายและต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดการติดเชื้อ ในขณะที่เนื้องอกมดลูก ไม่สามารถหายเองได้ แต่อาจมีขนาดเล็กลงได้หลังเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเนื่องจากระดับฮอร์โมนลดลง
การรักษาเนื้องอกในมดลูก ด้วยการผ่าตัดมดลูก
การรักษาจะขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ขนาดของก้อน ความรุนแรงของอาการ และความต้องการมีบุตร สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง เนื้องอกมีขนาดใหญ่มาก หรือไม่ต้องการมีบุตรในอนาคตแล้ว การ ผ่าตัดมดลูก (Hysterectomy) ถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาที่ได้ผลดีและเป็นการรักษาที่หายขาด ตัดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำของเนื้องอกได้ 100% ปัจจุบันการผ่าตัดมีเทคนิคที่ทันสมัย เช่น การผ่าตัดผ่านกล้องทางหน้าท้อง (Laparoscopic Hysterectomy) ซึ่งช่วยให้แผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องในอดีต
ทางเลือกอื่นในการรักษานอกจากผ่าตัดมดลูก
สำหรับผู้ที่ยังต้องการมีบุตรหรือยังไม่ต้องการผ่าตัด ยังมีทางเลือกในการรักษาอื่นๆ เพื่อควบคุมอาการหรือลดขนาดเนื้องอก ได้แก่:
- การเฝ้าติดตามอาการ: หากก้อนมีขนาดเล็กและไม่มีอาการรุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจอัลตราซาวนด์ติดตามเป็นระยะ
- การรักษาด้วยยา: เช่น ยาคุมกำเนิด, ยาฉีดฮอร์โมน GnRH agonist เพื่อลดขนาดเนื้องอกชั่วคราว (มักใช้ก่อนผ่าตัด) หรือการใส่ห่วงอนามัยชนิดที่ปล่อยฮอร์โมนเพื่อช่วยลดปริมาณประจำเดือน
- การผ่าตัดเฉพาะก้อนเนื้องอก (Myomectomy): เป็นทางเลือกการผ่าตัดสำหรับผู้ที่ยังต้องการมีบุตร โดยจะตัดเฉพาะก้อนเนื้องอกออกและเก็บรักษามดลูกไว้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผ่าตัดมดลูก
เนื้องอกมดลูกทำให้มีบุตรยากจริงหรือไม่?
A: จริง โดยเฉพาะเนื้องอกชนิดที่ยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก (Submucosal) ซึ่งอาจขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน หรือเนื้องอกที่ไปกดทับท่อนำไข่ ทำให้การปฏิสนธิเป็นไปได้ยากขึ้น
ต้องผ่าตัดมดลูกทุกคนที่เป็นเนื้องอกหรือไม่?
A: ไม่จำเป็น การตัดสินใจผ่าตัดขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง ความรุนแรงของอาการ และความต้องการมีบุตร หากอาการไม่รุนแรง แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยยาหรือการเฝ้าติดตามอาการก่อนเสมอ
เนื้องอกมดลูกกลายเป็นมะเร็งได้หรือไม่?
A: โอกาสที่เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูกจะกลายเป็นมะเร็ง (Leiomyosarcoma) นั้นมีน้อยมาก อยู่ที่ประมาณ 0.1-0.8% อย่างไรก็ตาม ควรเข้ารับการตรวจติดตามกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัย
สรุป
เนื้องอกมดลูกเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัย 35+ และมักไม่แสดงอาการในระยะแรก การหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายและตรวจสุขภาพภายในประจำปีจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากตรวจพบ การรักษามีตั้งแต่การเฝ้าระวัง การใช้ยา ไปจนถึงการผ่าตัด ซึ่งการ ผ่าตัดมดลูก ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยรักษาให้หายขาดได้ในผู้ที่มีข้อบ่งชี้ที่เหมาะสม ดังนั้น หากคุณมีความกังวลหรืออาการที่น่าสงสัย ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป 24 ชั่วโมง โรงพยาบาลเจ้าพระยา ให้บริการทางด้านศัลยกรรม ทั้งจากการเจ็บป่วยและจากอุบัติเหตุ รวมถึงการศัลยกรรมด้านความงาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ ผ่าตัดมดลูก ติดต่อ 02-884-7000
สุขภาพของคุณ…มั่นใจได้ไม่ต้องรอถึงเช้า



