language :

 

TAVI/TAVR – ทางเลือกใหม่ในการรักษาลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่

นวัตกรรมที่เข้ามา เป็นทางเลือกในการรักษานี้ คือ การใส่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวน (Transcatheter Aortic Valve Implantation – TAVI) หรือ (Transcatheter Aortic Valve Replacement – TAVR) ซึ่งเป็นวิธีการเปลี่ยนลิ้นหัวใจที่ถือได้ว่าเป็นการ “ผ่าตัดแบบแผลเล็ก” หรือ “ไม่ผ่าตัดเปิด”

การตีบของลิ้นหัวใจเอออร์ติก (Aortic Stenosis) เป็นภาวะอันตรายที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ เนื่องจากลิ้นหัวใจที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลเวียนเลือดออกจากหัวใจไปยังร่างกายเกิดการแข็งตัวและตีบแคบลง ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น จนนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวและอัตราการเสียชีวิตที่สูงหากไม่ได้รับการรักษา

ในอดีต การรักษามาตรฐานคือ การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกแบบเปิด (Surgical Aortic Valve Replacement – SAVR) ซึ่งเป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องเปิดหน้าอก หยุดการเต้นของหัวใจ และใช้เครื่องปอด-หัวใจเทียม ซึ่งมีความเสี่ยงและระยะเวลาพักฟื้นที่ยาวนาน โดยเฉพาะในผู้ป่วยสูงอายุหรือผู้ที่มีโรคร่วมหลายโรค

 

ผู้ที่เหมาะสมกับการทำ TAVI

  1. ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจากการผ่าตัดเปิดหน้าอก (High Surgical Risk)

เป็นกลุ่มที่ TAVI ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรก ผู้ป่วยเหล่านี้มักมีปัญหาทางสุขภาพอื่นๆ ร่วมด้วย ทำให้การผ่าตัดใหญ่มีความเสี่ยงสูงเกินไป เช่น:

  • ผู้สูงอายุมาก (มักอายุ 75 ปีขึ้นไป): เนื่องจากร่างกายฟื้นตัวจากการผ่าตัดได้ยาก
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวรุนแรง: เช่น โรคปอดเรื้อรัง (COPD), โรคไตวาย, ภาวะตับแข็ง, หรือเคยมีภาวะหัวใจล้มเหลวรุนแรง
  • ผู้ที่เคยผ่านการผ่าตัดหัวใจมาแล้ว: ทำให้การผ่าตัดซ้ำมีความซับซ้อนและเสี่ยงต่อการเกิดพังผืด
  1. ผู้ที่มีความเสี่ยงปานกลางจากการผ่าตัดเปิดหน้าอก (Intermediate Surgical Risk)

ปัจจุบัน TAVI ได้ขยายขอบเขตการใช้งานมายังผู้ป่วยกลุ่มนี้ด้วย เนื่องจากมีผลการรักษาที่ดี และการฟื้นตัวเร็วกว่าการผ่าตัดแบบเดิม

  1. ผู้ที่มีโครงสร้างทางกายวิภาคเหมาะสม

ต้องได้รับการตรวจประเมินอย่างละเอียดด้วยเครื่องมือต่างๆ เช่น CT Scan (Computed Tomography Scan) เพื่อให้มั่นใจว่า:ขนาดของลิ้นหัวใจเอออร์ติกและวงแหวนลิ้นหัวใจ (Annulus) เหมาะสมกับขนาดของลิ้นหัวใจเทียมหลอดเลือดแดงที่ใช้สอดสายสวน (ส่วนใหญ่คือหลอดเลือดที่ขาหนีบ) มีขนาดใหญ่เพียงพอ ไม่คดเคี้ยว และไม่มีการตีบรุนแรง

ผู้ที่ไม่เหมาะสมกับการทำ TAVI  (ข้อจำกัดหลัก)

  • มีภาวะลิ้นหัวใจรั่วที่เกิดจากลิ้นหัวใจอื่น หรือมีปัญหาหัวใจอื่นๆ ที่จำเป็นต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัดเท่านั้น (เพราะ TAVI แก้ไขได้เฉพาะลิ้นหัวใจเอออร์ติก)
  • มีลิ่มเลือดในหัวใจ (Intracardiac Thrombus)
  • มีหลอดเลือดแดงที่ใช้สอดสายสวนผิดปกติรุนแรง หรือมีภาวะตีบมากจนไม่สามารถนำสายสวนผ่านเข้าไปได้
  • คาดว่าจะมีอายุขัยสั้น เนื่องจากโรคอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับหัวใจ

 

 

ข้อดี ในการทำ TAVI

  1. การบาดเจ็บน้อยที่สุด (Minimally Invasive): ผู้ป่วยไม่ต้องทนกับการผ่าตัดใหญ่ ไม่มีการเลื่อยกระดูกหน้าอก ทำให้ลดการเสียเลือดและความเจ็บปวดลงอย่างมาก
  2. ระยะเวลาพักฟื้นสั้น: ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถลุกเดินได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง และมักใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลเพียงไม่กี่วัน เมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดที่อาจต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์
  3. ทางเลือกสำหรับผู้ป่วยความเสี่ยงสูง: TAVI/TAVR ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงถึงปานกลางต่อการผ่าตัดแบบเปิด และปัจจุบันเริ่มมีการใช้ในผู้ป่วยความเสี่ยงต่ำมากขึ้นเรื่อยๆ

ความสำเร็จของ TAVI/TAVR ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้นวัตกรรมการเปลี่ยนหรือซ่อมแซมลิ้นหัวใจอื่นๆ ด้วยวิธีผ่านสายสวน (Transcatheter) พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เช่น การรักษาลิ้นหัวใจไมตรัลและลิ้นหัวใจไตรคัสปิด นวัตกรรมนี้จึงเป็นความหวังใหม่ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยลิ้นหัวใจ ให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น

 

 

ขั้นตอนการทำ

  1. การสอดสายสวน (Vascular Access)แพทย์เจาะและเปิดทางเข้าสู่หลอดเลือดแดงต้นขา (Femoral Artery)
  2. การนำทาง (Guide wire Placement)สอดสายนำทางผ่านหลอดเลือดขึ้นไปจนถึงห้องหัวใจและผ่านลิ้นหัวใจเอออร์ติกที่ตีบ
  3. การขยายลิ้นหัวใจ (Pre-Dilatation)อาจมีการใช้บอลลูนขยายลิ้นหัวใจเดิมเล็กน้อย เพื่อเตรียมพื้นที่ (ไม่เสมอไป)
  4. การนำส่งลิ้นหัวใจ (Valve Delivery)ลิ้นหัวใจเทียมที่พับอยู่จะถูกนำส่งผ่านสายสวนไปยังตำแหน่งที่เหมาะสม
  5. การติดตั้ง (Implantation)ลิ้นหัวใจถูกขยายออกเพื่อแทนที่ลิ้นหัวใจเดิม (อาจเป็นแบบขยายด้วยบอลลูนหรือขยายด้วยตัวเอง)
  6. การประเมินผล (Result Assessment)ตรวจสอบตำแหน่งของลิ้นหัวใจและการทำงานของลิ้นหัวใจใหม่ด้วยภาพถ่ายและคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echo)

 

อุปกรณ์ลิ้นหัวใจ  (TAVI Devices)

ประเภทของลิ้นหัวใจเทียมที่ใช้ใน TAVI

  1. ลิ้นหัวใจแบบขยายด้วยบอลลูน (Balloon-Expandable Valves):หลักการ: ใช้การเป่าบอลลูนเพื่อขยายลิ้นหัวใจที่ติดตั้งอยู่บนโครงโลหะ (Stent) ตัวอย่าง: Sapien 3/Ultra
  2. ลิ้นหัวใจแบบขยายด้วยตัวเอง (Self-Expanding Valves):หลักการ: ลิ้นหัวใจถูกบีบอัดในสายสวน เมื่อปล่อยออกมา ลิ้นหัวใจจะขยายตัวอัตโนมัติด้วยแรงดีดของโครงโลหะ (Nitinol Frame) ตัวอย่าง: Evolut R/Pro
  3. ลิ้นหัวใจเทียมที่ใช้:ผลิตจากเนื้อเยื่อชีวภาพ (Bioprosthetic, มักเป็นเนื้อเยื่อเยื่อหุ้มหัวใจวัวหรือม้า) ติดตั้งอยู่บนโครงข่ายโลหะ

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนจากการทำ TAVI

  1. ภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับระบบนำไฟฟ้าหัวใจ
  • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmias): เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุดอย่างหนึ่ง
  • ความจำเป็นต้องใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจถาวร (Permanent Pacemaker Implantation): เนื่องจากลิ้นหัวใจเทียมที่ใส่เข้าไปอาจไปกระทบหรือกดทับระบบนำไฟฟ้าของหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นช้าลงอย่างถาวร (Heart Block) ซึ่งอาจต้องแก้ไขด้วยการใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ
  1. ภาวะแทรกซ้อนทางหลอดเลือดและบริเวณที่สอดสายสวน
  • เลือดออกหรือห้อเลือดบริเวณแผล (Bleeding or Hematoma): ที่บริเวณขาหนีบหรือจุดที่สอดสายสวน
  • ความเสียหายของหลอดเลือด (Vascular Damage): หลอดเลือดแดงที่ใช้ในการนำสายสวนอาจได้รับความเสียหาย เช่น ฉีกขาด หรือเกิดการตีบ/อุดตัน
  1. ภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวกับลิ้นหัวใจเทียม
  • ลิ้นหัวใจเทียมเคลื่อนออกจากตำแหน่ง (Valve Malposition or Migration): ลิ้นหัวใจเทียมอาจเลื่อนออกจากตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งหากเกิดขึ้นอาจต้องมีการแก้ไขหรือทำการผ่าตัดซ้ำ
  • ภาวะลิ้นหัวใจรั่วรอบลิ้นหัวใจเทียม (Paravalvular Leak – PVL): คือการรั่วของเลือดบริเวณขอบระหว่างลิ้นหัวใจเทียมกับเนื้อเยื่อหัวใจเดิม ซึ่งการรั่วเล็กน้อยอาจไม่มีปัญหา แต่การรั่วมากอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว
  1. ภาวะแทรกซ้อนที่อาจส่งผลต่ออวัยวะอื่น
  • โรคหลอดเลือดสมองตีบ/อัมพาต (Stroke): เกิดขึ้นได้น้อย โดยอาจเกิดจากลิ่มเลือดหรือชิ้นส่วนของหินปูนที่หลุดออกมาในระหว่างการใส่ลิ้นหัวใจ
  • ปัญหาไต (Kidney Problems): อาจเกิดขึ้นชั่วคราวจากการขับสารทึบรังสีที่ใช้ในการทำหัตถการ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีปัญหาไตอยู่ก่อนแล้ว
  • ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย/หัวใจวาย (Myocardial Infarction/Heart Attack): เกิดขึ้นได้น้อยมากขณะทำหัตถการ
  1. ความเสี่ยงทั่วไป
  • การติดเชื้อ (Infection): อาจเกิดขึ้นที่บริเวณแผล หรือติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจเทียม (Endocarditis)
  • ความเสี่ยงจากการใช้ยาสลบ/ยาระงับความรู้สึก
  • การเสียชีวิต (Death): แม้ความเสี่ยงจะน้อยกว่าการผ่าตัดใหญ่ แต่ก็ยังเป็นความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา

การลดความเสี่ยง

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจจะทำงานร่วมกันเพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้ โดย:

การคัดกรองอย่างละเอียด: ใช้ CT Scan เพื่อวัดขนาดลิ้นหัวใจและหลอดเลือดอย่างแม่นยำที่สุด

การใช้เทคนิคป้องกัน: เช่น การใช้เครื่องมือพิเศษเพื่อดักจับลิ่มเลือดก่อนที่จะไปสมอง (Embolic Protection Device)

การติดตามอาการใกล้ชิด: ในห้อง CCU  หลังการทำหัตถการ

ถึงแม้จะมีภาวะแทรกซ้อนที่กล่าวมา แต่โดยรวมแล้ว TAVI เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า สำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงจากการผ่าตัดเปิดหน้าอก และช่วยให้ผู้ป่วยเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและอายุยืนยาวขึ้น

 

ข่าวประชาสัมพันธ์

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง