language :

ข้อเข่าเสื่อม อาการบาดเจ็บจากการกีฬา

การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ แต่การ บาดเจ็บจากการกีฬา ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงอาการปวดเมื่อยธรรมดาและปล่อยให้หายเอง แต่รู้หรือไม่ว่าหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง อาการบาดเจ็บบางอย่างอาจเป็นต้นเหตุของภาวะ ข้อเข่าเสื่อม หรือรุนแรงจนกลายเป็น โรคข้อเข่าเสื่อม ในอนาคตได้ บทความนี้จะพาไปเช็กสัญญาณอันตรายว่าอาการบาดเจ็บแบบไหนที่ไม่ควรมองข้ามและต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

รู้จัก 5 รูปแบบการบาดเจ็บจากการกีฬาที่พบบ่อย

เพื่อให้เข้าใจถึงความรุนแรงของอาการ สิ่งแรกที่ควรรู้คือประเภทของการบาดเจ็บที่นักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำมักต้องเผชิญ ซึ่งโดยทั่วไปแบ่งได้ดังนี้

กล้ามเนื้อฉีกขาด (Muscle Strain/Tear)

เกิดจากการที่เส้นใยกล้ามเนื้อถูกยืดออกมากเกินไปจนเกิดการฉีกขาด มีได้หลายระดับตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงฉีกขาดรุนแรง มักเกิดกับกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (Hamstrings) หรือกล้ามเนื้อน่อง จากการออกตัววิ่งหรือหยุดกะทันหัน

เส้นเอ็นอักเสบ (Tendonitis)

เป็นการบาดเจ็บจากการใช้งานซ้ำๆ (Overuse Injury) ทำให้เส้นเอ็นซึ่งเป็นตัวเชื่อมระหว่างกล้ามเนื้อและกระดูกเกิดการอักเสบและระคายเคือง เช่น อาการเอ็นร้อยหวายอักเสบในนักวิ่ง หรือเอ็นหัวไหล่อักเสบในนักกีฬาที่ต้องใช้แขนมาก

อาการเคล็ดขัดยอก (Sprains)

เป็นการบาดเจ็บของ “เส้นเอ็นยึดข้อ” (Ligaments) ซึ่งทำหน้าที่ให้ความมั่นคงกับข้อต่อ เกิดจากการบิดหรือพลิกอย่างรุนแรงจนเส้นเอ็นถูกยืดหรือฉีกขาด ที่พบบ่อยที่สุดคือข้อเท้าแพลง

กระดูกร้าวหรือหัก (Fractures)

การหักเกิดจากอุบัติเหตุหรือแรงกระแทกรุนแรงครั้งเดียว ในขณะที่การร้าว (Stress Fracture) เป็นรอยแตกเล็กๆ ในกระดูกที่เกิดจากแรงกระแทกสะสมเป็นเวลานาน พบได้บ่อยในนักวิ่งระยะไกล

อาการฟกช้ำ (Contusion)

เกิดจากแรงกระแทกโดยตรง ทำให้หลอดเลือดเล็กๆ ใต้ผิวหนังแตกและมีเลือดออก เกิดเป็นรอยช้ำ แม้ส่วนใหญ่จะไม่รุนแรง แต่หากเกิดการกระแทกอย่างหนักก็อาจทำให้กล้ามเนื้อเสียหายลึกได้

อาการบาดเจ็บจากการกีฬา เสี่ยงเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม

เช็กลิสต์ด่วน! สัญญาณอันตรายของการบาดเจ็บจากการกีฬาที่ต้องพบแพทย์

แม้การบาดเจ็บบางอย่างจะสามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ แต่หากคุณมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ นี่คือสัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังบอกว่า “ไม่ไหวแล้ว” และควรไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

มีอาการปวดรุนแรง ไม่ทุเลาลง แม้พักแล้ว

อาการปวดคือสัญญาณเตือนแรกของร่างกาย แต่ถ้าความปวดนั้นรุนแรงจนทนไม่ไหว หรือพักแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น แสดงว่าอาจมีการบาดเจ็บต่อโครงสร้างสำคัญภายในที่รุนแรงกว่าที่คิด

ไม่สามารถลงน้ำหนักที่แขนหรือขาข้างที่เจ็บได้

การสูญเสียความสามารถในการรับน้ำหนักบ่งชี้ว่าข้อต่อนั้นขาดความมั่นคงอย่างรุนแรง ซึ่งอาจเกิดจากเส้นเอ็นยึดข้อฉีกขาดทั้งหมด หรือมีการหักของกระดูก

ข้อต่อบริเวณที่เจ็บมีลักษณะผิดรูป บิดเบี้ยว

นี่คือสัญญาณอันตรายที่ชัดเจนที่สุด อาจหมายถึงภาวะข้อเคลื่อนหลุด (Dislocation) หรือกระดูกหักชนิดเคลื่อนที่ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการจัดให้เข้าที่โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

มีอาการบวมอย่างรวดเร็วและรุนแรง

อาการบวมที่เกิดขึ้นทันทีหลังการบาดเจ็บมักเกิดจากการฉีกขาดของเส้นเลือดภายใน หรืออาจเป็นการฉีกขาดของเส้นเอ็นสำคัญ เช่น เอ็นไขว้หน้าข้อเข่า (ACL) ซึ่งทำให้มีเลือดออกในข้อปริมาณมาก

มีอาการชาหรือรู้สึกซ่าๆ บริเวณที่บาดเจ็บ

เป็นสัญญาณที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะบ่งชี้ว่าอาจมีการกดทับหรือเกิดความเสียหายต่อเส้นประสาท ซึ่งหากปล่อยไว้นานอาจทำให้เกิดความเสียหายถาวรได้

อย่าปล่อยให้เรื้อรัง เมื่อการบาดเจ็บจากการกีฬานำไปสู่ข้อเข่าเสื่อม

หัวเข่าเป็นข้อต่อที่ซับซ้อนและรับแรงกระแทกมากที่สุดแห่งหนึ่งของร่างกาย การบาดเจ็บรุนแรงที่ข้อเข่า เช่น เอ็นไขว้หน้าฉีกขาด หรือหมอนรองกระดูกเข่าฉีกขาด หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและครบถ้วน จะส่งผลให้ข้อเข่าสูญเสียความมั่นคงไปอย่างถาวร

เมื่อข้อเข่าขาดความมั่นคง การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันจะทำให้เกิดแรงเสียดสีที่ผิดปกติบนผิว “กระดูกอ่อน” ซึ่งทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับแรงกระแทก การเสียดสีที่ผิดปกตินี้จะค่อยๆ ขัดถูทำลายผิวกระดูกอ่อนให้บางลงและสึกกร่อนไปเรื่อยๆ กระบวนการนี้คือการเร่งให้เกิดภาวะ ข้อเข่าเสื่อม ได้เร็วกว่าวัยอันควรอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น การรักษาการบาดเจ็บที่ต้นเหตุและฟื้นฟูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบเข่าจึงไม่ใช่แค่การกลับไปเล่นกีฬา แต่เป็นการป้องกัน โรคข้อเข่าเสื่อม ในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

Q: บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ควรประคบร้อนหรือประคบเย็น?

A: ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังการบาดเจ็บ ควร ประคบเย็น เพื่อลดบวม ลดการอักเสบ และบรรเทาปวด โดยประคบผ่านผ้าบางๆ ครั้งละ 15-20 นาที ทุก 2-3 ชั่วโมง หลังจาก 48 ชั่วโมงไปแล้วหากอาการบวมลดลงอย่างชัดเจน จึงสามารถเริ่ม ประคบร้อน เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตและคลายความตึงตัวของกล้ามเนื้อได้

Q: มีวิธีป้องกันไม่ให้การบาดเจ็บเล็กน้อยลุกลามไปเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมไหม?

A: มีค่ะ สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การพักอย่างเพียงพอ” เมื่อบาดเจ็บต้องหยุดพักการใช้งานข้อต่อนั้นๆ เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองเต็มที่ เมื่ออาการปวดและบวมลดลงแล้ว ควรเริ่มทำ “กายภาพบำบัด” เพื่อฟื้นฟูการเคลื่อนไหวและเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า กล้ามเนื้อที่แข็งแรงจะช่วยเพิ่มความมั่นคงและแบ่งเบาภาระของข้อต่อ ซึ่งเป็นการป้องกันการบาดเจ็บซ้ำและการเสื่อมในระยะยาวที่มีประสิทธิภาพที่สุด

บาดเจ็บจากการกีฬา ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่ควรมองข้าม การสังเกตอาการตัวเองและรีบพบแพทย์เมื่อพบสัญญาณอันตรายไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณหายจากอาการบาดเจ็บได้เร็วขึ้น แต่ยังเป็นการป้องกันความเสี่ยงในระยะยาวอย่างภาวะ ข้อเข่าเสื่อม ได้อีกด้วย เพราะการปล่อยให้ข้อต่อบาดเจ็บเรื้อรังคือหนึ่งในสาเหตุสำคัญของ โรคข้อเข่าเสื่อม ดังนั้น การใส่ใจดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพข้อต่อที่ดีในอนาคต

 

โรคข้อเข่าเสื่อม ไม่ต้องรอสูงอายุก็เป็นได้ ผู้ที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมมาก ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจทำให้มีความเจ็บปวด ข้อเข่าผิดรูป เดินได้ไม่ปกติ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์โรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลเจ้าพระยา ติดต่อ 02-434-1111, 02-884-7000 

 

สุขภาพของคุณ…มั่นใจได้ไม่ต้องรอถึงเช้า

ข่าวประชาสัมพันธ์

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง