Car seat ที่นั่งนิรภัย ความปลอดภัยสำหรับเด็ก

ทำไมถึงต้องให้เด็กๆ นั่ง Car seat
• การให้เด็กๆ นั่ง Car seat ระหว่างเดินทางสามารถลดความรุนแรงในกรณีเกิดอุบัติเหตุได้ 70-80 เปอร์เซ็นต์
• เด็กสามารถนั่ง Car seat ได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 13 ปี โดยควรเลือก Car seat ให้เหมาะสมกับอายุของลูก
• หากลูกร้องไห้งอแง ไม่ยอมนั่ง Car seat พ่อแม่ต้องอดทน ไม่ใจอ่อนและหาวิธีล่อหลอก หรือเบี่ยงเบนความสนใจ อาจจอดหรือหยุดรถก่อนแล้วพาลูกไปเดินเล่นหรือหาของ เล่นให้ลูก เพื่อให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย แล้วค่อยเดินทางต่อ

อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
เมื่อต้องพาเด็กๆ เดินทางด้วยรถยนต์ แต่หากมีการเตรียมการป้องกันที่ดี ก็จะช่วยลดความรุนแรงและการสูญเสียได้ ซึ่งจากกรณีศึกษาพบว่าการที่ให้เด็กนั่ง Car seat สามารถลดความรุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ถึง 70-80 เปอร์เซ็นต์
ความสำคัญที่เด็กต้องนั่ง Car seat
เด็กๆ ถือว่ายังมีร่างกายที่ไม่ได้สัดส่วน จึงไม่สามารถนั่งรถแล้วคาดเข็มขัดนิรภัยเหมือนกับผู้ใหญ่ได้ ดังนั้น Car seat เป็นอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยที่สำคัญสำหรับลูกน้อย เพราะหากเกิดอุบัติเหตุรุนแรง เด็กอาจพุ่งออกนอกรถได้รับบาดเจ็บ เช่น บาดเจ็บที่กะโหลกศีรษะ กระดูกสันหลังเสียหาย กระดูกทิ่มปอด เกิดอันตรายต่ออวัยวะภายใน เช่น ตับแตก ม้ามแตก หรือเสียชีวิตได้ หากเด็กไม่ได้มีอุปกรณ์ยึดเหนี่ยวภายในรถอย่างเหมาะสม
หรือพ่อแม่บางคนอยากอุ้มลูกน้อยไว้ในอ้อมแขน เพราะคิดว่าปลอดภัยที่สุด หากเกิดอุบัติเหตุรุนแรงเด็กอาจกระเด็นออกจากอ้อมแขน หรือหากคาดเข็มขัดนิรภัยผ่านตัวเด็ก น้ำหนักตัวของผู้ใหญ่อาจไปกดที่เด็กจนทำให้เด็กเสียชีวิตได้เช่นกัน

อายุของเด็กกับการนั่ง Car seat
เด็กสามารถนั่ง Car seat ได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 13 ปี โดยพ่อแม่ควรเลือก Car seat ให้เหมาะสมกับอายุของลูก เพราะเด็กแต่ละช่วงวัยมีการเจริญเติบโตที่ต่างกัน ประกอบกับ Car seat มีหลายขนาด และที่สำคัญต้องเลือก Car seat ที่ได้

วิธีการนั่ง Car seat
• การนั่ง Car seat สำหรับเด็กเล็กกลุ่มแรก ภายใน Car seat ควรมีอุปกรณ์เสริม หรือเบาะนวมเพื่อเพิ่มพื้นที่ช่วยป้องกัน ทำให้ตัวเด็กกระชับพอดีไม่พลัดตกลงมา
• ควรวาง Car seat ไว้เบาะหลัง เพราะเป็นที่นั่งที่ปลอดภัยที่สุด โดยหัน Car seat เข้าหาเบาะหลัง นั่นหมายถึงหน้าลูกจะหันไปทางด้านหลังรถ ซึ่งจะช่วยป้องกันในกรณีการเบรกรถกะทันหัน ทำให้เด็กไม่พุ่งไปด้านหน้า
• สำหรับเด็กโตกว่า 2 ขวบขึ้นไป สามารถหัน Car seat ไปด้านหน้ารถ ทางเดียวกับการนั่งของพ่อแม่ได้แล้วที่สำคัญพ่อแม่ต้องติดตั้ง Car seat ให้ถูกต้องและหมั่นตรวจเช็กสภาพของ Car seat ให้เรียบร้อย ไม่ชำรุดและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
วิธีรับมือหากลูกไม่ยอมนั่ง Car seat
ทางการแพทย์แนะนำว่าพ่อแม่ควรฝึกให้ลูกนั่ง Car seat ตั้งแต่แรกเกิด เพราะจะทำให้เด็กเกิดความเคยชิน โดยอาจฝึกให้ลูกนั่ง Car seat ด้วยการลองนั่งไปในระยะทางใกล้ๆ เช่น นั่งออกไปหน้าปากซอย ออกไปซื้อของที่บริเวณใกล้บ้าน จะช่วยทำให้ลูกเกิดความเคยชิน เพราะเด็กช่วงอายุประมาณ 8 เดือนถึง 1 ขวบ เริ่มเรียนรู้และมีปฏิกิริยาตอบสนอง อาจจะมีอาการร้องไห้งอแง พ่อแม่ต้องอดทน เมื่อลูกร้องไห้พ่อแม่อาจจอดหรือหยุดรถก่อนแล้วพาลูกไปเดินเล่นหรือหาของเล่นให้ลูก เพื่อให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย แล้วค่อยเดินทางต่อ
8 จุดสำคัญของเด็กแรกเกิด ที่ควรได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ
- ระบบหายใจที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทารกจะใช้ท้องเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่ช่วยในการหายใจ บ่อยครั้งเมื่อบริเวณท้องงอตัวหรือถูกกดทับจะเกิดสภาวะหายใจติดขัดได้ง่าย
- กระดูกสันหลังที่ยังไม่สามารถทรงตัวได้ เด็กแรกเกิดจะมีแนวกระดูกสันหลังเป็นเส้นตรงสะโพกจะสามารถเคลื่อนได้ง่าย
- ผิวหนังบอบบางไวต่อสิ่งสัมผัส ผิวหนังของเด็กมีความหนาเพียงครึ่งเดียวของผิวผู้ใหญ่ จึงไวต่อสิ่งสัมผัส และแห้งง่าย และด้วยรูขุมขนที่ละเอียดเล็กจึงทำให้ คลายความร้อนได้ช้า มีเหงื่อออกมาก
- ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ สิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กแรกเกิดจะมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน และก่อให้เกิดภูมิแพ้ที่อาจส่งผลติดตัวเด็กไปเป็นระยะเวลาหลายปี
- การนอนที่ยังไม่รู้เวลา เด็กแรกเกิดจะใช้เวลา ส่วนใหญ่ไปกับการนอน และเมื่อเข้าสู่เดือนที่ 4 จะเริ่มเรียนรู้ความแตกต่างของกลางวัน กลางคืน
- ประสาทสัมผัสที่อ่อนแอ สายตา การมองเห็น ยังไม่ดีพอ จึงต้องได้รับการดูแล ป้องกันจากพวกแสงแดดแรงๆ แสงยูวี หรือแสงไฟ
- ระบบควบคุมอุณหภูมิในร่างกายที่ยังพัฒนาไม่ เต็มที่เด็กแรกเกิดมีความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิในร่างกายต่ำ
- สมองและศีรษะที่เปราะบาง เด็กแรกเกิดจะมีขนาด ศีรษะเท่ากับ 1 ใน 4 ของร่างกาย ถือได้ว่ามีน้ำหนักมากเมื่อเทียบกับขนาดของร่างกายโดยรวม




