language :

ปวดหลัง

ปวดหลัง (Back Pain) ปัญหายอดฮิตของคนยุคใหม่และวัยทำงาน

อาการปวดหลังเป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่ทำให้ผู้คนต้องลาป่วยและไปพบแพทย์มากที่สุด ตั้งแต่อาการปวดเมื่อยธรรมดาไปจนถึงอาการปวดร้าวรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานที่นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน (ออฟฟิศซินโดรม) อาการปวดหลังจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

สาเหตุหลักของอาการปวดหลัง

อาการปวดหลังสามารถเกิดจากโครงสร้างใดๆ ก็ได้บริเวณแผ่นหลัง ตั้งแต่กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก หมอนรองกระดูก ไปจนถึงเส้นประสาทและไขสันหลัง

  • ปวดจากกล้ามเนื้อและออฟฟิศซินโดรม: เกิดจากการนั่งผิดสุขลักษณะ นั่งนานๆ ยกของหนักผิดท่า การออกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือเกิดอุบัติเหตุ ทำให้กล้ามเนื้ออักเสบหรือฉีกขาด เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด
  • หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Herniated Disc): หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นออกมากดทับเส้นประสาท ทำให้มีอาการปวดร้าวลงขา ชา หรืออ่อนแรง
  • กระดูกสันหลังเสื่อม (Spondylosis): มักพบในผู้สูงอายุ เกิดจากการเสื่อมสภาพของข้อต่อและหมอนรองกระดูกตามวัย
  • โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (Spinal Stenosis): ช่องไขสันหลังตีบแคบลง ไปกดทับเส้นประสาท มักมีอาการปวดเวลาเดินนานๆ ต้องนั่งพักจึงจะดีขึ้น

ปวดหลังแบบไหนที่อันตรายและควรพบแพทย์

หากมีอาการปวดหลังร่วมกับอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อหรือระบบประสาทโดยด่วน

  • อาการเตือน : ปวดหลังรุนแรงจากอุบัติเหตุ ตกจากที่สูง
    • ข้อควรระวัง / สิ่งที่บ่งบอก : อาจมีกระดูกหัก หรือบาดเจ็บที่ไขสันหลัง
  • อาการเตือน : ปวดหลังร่วมกับควบคุมการขับถ่ายไม่ได้
    • ข้อควรระวัง / สิ่งที่บ่งบอก : ระบบประสาทส่วนปลายถูกกดทับรุนแรง (Cauda Equina Syndrome)
  • อาการเตือน : ปวดหลังร่วมกับอาการชาหรือขาอ่อนแรง
    • ข้อควรระวัง / สิ่งที่บ่งบอก : มีการกดทับเส้นประสาทอย่างชัดเจน
  • อาการเตือน : ปวดหลังร่วมกับไข้สูง หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการตอนกลางคืนบ่อยๆ
    • ข้อควรระวัง / สิ่งที่บ่งบอก : อาจมีการติดเชื้อที่กระดูกสันหลัง หรือเนื้องอก/มะเร็ง

วิธีบรรเทาอาการและการรักษาเบื้องต้น

การจัดการกับอาการปวดหลังขึ้นอยู่กับสาเหตุ แต่สำหรับอาการปวดจากกล้ามเนื้อเบื้องต้น สามารถทำได้ดังนี้:

  1. การประคบ: กรณีที่เกิดจากอุบัติเหตุ การกระแทก ภายใน 48-72 ชั่วโมงแรกที่เกิดอาการบาดเจ็บเฉียบพลัน เห็นมีอาการบวม, แดง, จุดจ้ำเลือด ให้ประคบเย็นเพื่อลดการอักเสบ หลังจากนั้นให้ประคบอุ่นเพื่อคลายกล้ามเนื้อ
  2. การปรับท่าทาง (Ergonomics): จัดโต๊ะทำงาน เก้าอี้ และจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา นั่งหลังตรง พิงพนักเก้าอี้ ไม่นั่งไขว่ห้าง
  3. การยืดเหยียด (Stretching): ลุกขึ้นเดินหรือยืดเหยียดกล้ามเนื้อทุกๆ 1 ชั่วโมง เพื่อลดการตึงเครียดของกล้ามเนื้อแผ่นหลัง
  4. การใช้ยา: ยาแก้ปวดพาราเซตามอล ยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) หรือยาคลายกล้ามเนื้อ (ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกร)
  5. กายภาพบำบัด: การทำอัลตราซาวนด์ เลเซอร์ หรือการบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) ให้แข็งแรง เพื่อพยุงกระดูกสันหลัง

ท้ายที่สุด การรักษาที่ดีที่สุด คือการป้องกันอาการปวดหลังโดยควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ปรับท่าการนั่งทำงานให้ถูกสุขลักษณะ (Ergonomics Adjustment) ลุกเดิน เปลี่ยนอิริยาบถทุก 1 ชั่วโมง ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อแผ่นหลังและหน้าท้อง

Q&A: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการปวดหลัง

  • Q: ปวดหลังแบบไหนต้องผ่าตัด?
    A: กรณีที่เป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทรุนแรง มีอาการชา อ่อนแรง ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ และการรักษาด้วยยาหรือกายภาพบำบัดไม่เป็นผล
  • Q: นอนที่นอนแข็งๆ ช่วยแก้ปวดหลังได้จริงหรือ?
    A: ไม่เสมอไป ที่นอนที่ดีควรมีความแข็งระดับปานกลาง (Medium firm) เพื่อรองรับสรีระส่วนโค้งเว้าของกระดูกสันหลังได้อย่างพอดี

ข่าวประชาสัมพันธ์