language :

เมื่อเป็นโรคเบาหวานควรกินอาหารอย่างไร

อาหารที่ควรกินคือ อาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งประกอบด้วยสารอาหารครบทุกชนิดที่ร่างกายต้องการ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่และน้ำร่างกายต้องการสารอาหารให้ครบทั้ง 6 ชนิด เพื่อการเจริญเติบโตตามวัยของเด็กร่างกาย แข็งแรงสมวัย และซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดสึกหรอให้กลับสู่สภาพปกติ ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ อาหารเพื่อสุขภาพประกอบด้วยพลังงานและสารอาหารครบถ้วนตามความต้องการของร่างกาย

พลังงาน คืออะไร

พลังงาน คือ สิ่งที่ได้มาจากการเผาผลาญอาหารในร่างกาย เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการต่างๆ ของร่างกายสำหรับดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันพลังงานได้มาจากสารอาหารหลักคือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน พลังงานมีหน่วยวัดเป็น กิโลแคลอรี

  • คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี
  • ไขมัน 1 กรัม ให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี
  • วิตามิน เกลือแร่ และน้ำไม่ให้พลังงาน

อาหารชนิดใดที่ให้สารอาหารครบทุกชนิด

  • นม ไข่ เนื้อสัตว์ต่างๆ ถั่วเมล็ดแห้ง และงา ให้สารอาหารโปรตีนแก่ร่างกาย
  • ข้าว แป้ง เผือก มันและน้ำตาลให้สารอาหารคาร์โบไฮเดรต เพื่อใช้เป็นพลังงานของร่างกาย
  • ผักต่างๆ ให้วิตามิน เกลือแร่ และใยอาหารแก่ร่างกาย ผักมีสารอาหารคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่าข้าว แป้ง
  • ผลไม้ให้สารอาหารเช่นเดียวกับผัก แต่ผลไม้มีสารอาหารคาร์โบไฮเดรต คือ น้ำตาลผลไม้ และให้พลังงานแก่ร่างกายเหมือนข้าว แป้ง
  • น้ำมัน และไขมันจากสัตว์และพืช ให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย น้ำมันจากสัตว์ให้กรดไขมันไม่จำเป็นแก่ร่างกายคือ ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้ เช่น น้ำมันหมู วัว ควาย ไก่ รวมทั้งน้ำมันจากพืชบางชนิด เช่น น้ำมันมะพร้าว กะทิ ส่วน น้ำมันพืช อื่นๆ เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันข้าวโพด ซึ่งให้กรดไขมันที่จำเป็นแก่ร่างกายคือ ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเอง และต้องได้จากการกินเท่านั้น

การกินอาหารควรกินให้ครบ 5 ประเภทเป็นสิ่งที่ดีแต่ถ้ากินอาหารประเภทใดประเภทหนึ่งมากเกินไป จะเสียสมดุลโดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมัน และข้าวแป้ง ถ้ากินมากจนเหลือพลังงานสะสมจะทำให้มีน้ำหนักตัวมากขึ้น เกิดภาวะอ้วนหรืออ้วนลงพุง ควรมีการตรวจสอบน้ำหนักตัว

วิธีการตรวจสอบน้ำหนักตัว

วิธีที่ 1 ชายควรมีน้ำหนัก (กิโลกรัม)

= ส่วนสูง (เซนติเมตร) – 100

หญิงควรมีน้ำหนักตัว (กิโลกรัม)

= ส่วนสูง (เซนติเมตร) – 100 – (10% ของผลลบ)

วิธีที่ 2

ใช้ค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index, BMI)
ดัชนีมวลกาย (กิโลกรัม / ตารางเมตร)
= น้ำหนัก (กิโลกรัม) / ความสูง (เมตร) 2

– เกณฑ์ดัชนีมวลกาย

ระดับ เกณฑ์ดัชนีมวลกาย

  • เหมาะสม 18.5 – 22.9
  • น้ำหนักตัวเกิน >23.0 – 24.9
  • อ้วน 25.0 – 34.9
  • อ้วนรุนแรง >35.0

วิธีที่ 3

  • ชายควรมีน้ำหนัก (กิโลกรัม) = ส่วนสูง (เมตร) x ส่วนสูง (เมตร) x 22
  • หญิงควรมีน้ำหนัก (กิโลกรัม) = ( ส่วนสูง (เซนติเมตร) – 100) x 0.9

น้ำหนักตัวที่ได้จากวิธีการต่างๆเป็นน้ำหนักตัวมาตรฐานตาม ส่วนสูงของบุคคลนั้น โดยทั่วไปส่วนสูงกับน้ำหนักตัวมีความสัมพันธ์กัน ผู้เป็นเบาหวานควรหมั่นดูแลน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ถ้าน้ำหนักตัวมากหรืออ้วนจะมีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

ควรได้พลังงานเท่าไรในหนึ่งวัน

  • หญิง พลังงานที่ต้องการต่อวัน (กิโลแคลอรี)
    = น้ำหนักตัวมาตรฐาน x 30 กิโลแคลอรี
  • ชาย พลังงานที่ต้องการต่อวัน (กิโลแคลอรี)
    = น้ำหนักตัวมาตรฐาน X 40 กิโลแคลอรี

ถ้าผู้เป็นเบาหวานมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานต้องลดปริมาณพลังงานที่ต้องการต่อวันให้น้อยลงกว่าปกติ

  • หญิง พลังงานที่ต้องการต่อวัน (กิโลแคลอรี)
    = น้ำหนักตัวมาตรฐาน x 20 – 25 กิโลแคลอรี
  • ชาย พลังงานที่ต้องการต่อวัน (กิโลแคลอรี)
    = น้ำหนักตัวมาตรฐาน x 30 – 35 กิโลแคลอรี

ปริมาณอาหาร และสัดส่วนอินซูลินถ้าต้องกิน

ปริมาณอาหารที่ควรกินต่อวันนั้น ใช้รายการอาหารแลกเปลี่ยนเป็นตัวกำหนดส่วน และกระจายมื้ออาหารตามยาฉีดอินซูลินหรือยากินเบาหวาน นักโภชนาการจะเป็นผู้กำหนดปริมาณ และสัดส่วนของอาหารรวมทั้งพลังงานที่ผู้เป็นเบาหวานควรได้รับต่อวัน การแบ่งมื้ออาหารควรแบ่งตามความเหมาะสมของผู้เป็นเบาหวานเป็นหลัก ถ้าใช้ยาฉีดอินซูลินอาจมีอาหารระหว่างมื้ออีก 1 – 2 มื้อ (บ่ายและก่อนนอน) หรือมากกว่าตามชนิดและปริมาณของยาฉีดอินซูลิน ถ้าต้องกินยาเบาหวานควรให้อาหารหลัก 3 มื้อ (เช้า กลางวัน และเย็น) ก็เพียงพอ ควรกินอาหารให้ตรงเวลาและปริมาณอาหารแต่ละมื้อควรให้สอดคล้องกับนิสัยการกินอาหารแต่ละคน ควรแบ่งปริมาณ 3 มื้อให้เท่าๆ กันหรือมากน้อยกว่ากันเพียงเล็กน้อยโดยเฉพาะอาหารที่ให้สารอาหารคาร์โบไฮเดรตที่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ไม่ควรให้ปริมาณมาก หรือน้อยมื้อใดมื้อหนึ่ง

นมที่ควรหลีก

  • นมปรุงแต่งรสทุกชนิด เช่นนมสดรสหวาน รสกาแฟ รสสตรอว์เบอร์รี นมข้นหวาน ฯลฯ
  • เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาล เช่น โอวัลติน ไมโล และโกโก้ ฯลฯ
  • นมไขมันเต็มส่วน เพื่อลดปริมาณไขมัน (กรดไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอล)

ข้อแนะนำในการกินผัก

  • กินผักให้หลากหลายชนิดใน 1 วัน เพื่อให้ได้วิตามิน เกลือแร่ และใยอาหารให้ครบทั้งวัน เช่น ผักใบเขียว – ขาว และผักหัวต่างๆ
  • ล้างผักให้สะอาด เพื่อหลีกเลี่ยงสารเคมี และสารตกค้างในผัก

ควรหลีกเลี่ยงผลไม้เหล่านี้

  • ผลไม้เชื่อม ผลไม้กวน เพื่อหลีกเลี่ยงน้ำตาล
  • ผลไม้ดองเค็ม ผลไม้กระป๋องเพื่อลดปริมาณโซเดียมจากเกลือที่ดองผลไม้
  • ผลไม้สดที่ต้องจิ้มพริกกับเกลือ น้ำปลาหวานซึ่งจะได้ทั้ง น้ำตาล และโซเดียม อันจะเป็นบ่อเกิดของโรคแทรกซ้อน เช่น ความดันโลหิตสูง โรคไตวาย ฯลฯ
  • น้ำผลไม้คั้น เพราะต้องใช้ผลไม้มากกว่าปกติ ถ้าดื่มบ่อยๆ ผลไม้ที่หวานจัด เช่น ทุเรียน ขนุน ละมุด ลำไย ฯลฯ จะทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดและไตรกลีเซอไรด์สูงและทิ้งใยอาหารไปด้วย

ข้อแนะนำในการกินข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากข้าวแป้ง

กินข้าว และผลิตภัณฑ์จากธัญพืชไม่ขัดสี เพื่อให้ได้วิตามิน เกลือแร่ และใยอาหาร และควรกินให้หลากหลายชนิดกันภายในหมวดอาหาร เพื่อไม่ให้ซ้ำซาก
ข้าวแป้ง และผลิตภัณฑ์จะให้สารอาหารคาร์โบไฮเดรตมากกว่า หมวดอาหารอื่นๆ ผู้เป็นเบาหวานควรกินตามปริมาณที่ควรกินได้ต่อวัน ต่อมื้อ เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด และไม่ควรงด หรือลดปริมาณเกินกว่าที่ควรได้ อาจจะทำให้มีภาวะน้ำตาลในเลือด และมีน้ำตาลกลูโคสไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ

ข้อแนะนำในการเลือกใช้น้ำมัน

  • หลีกเลี่ยงน้ำมันจากสัตว์ทุกชนิดรวมทั้ง น้ำมันมะพร้าว และกะทิที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง ทำให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูง
  • กินไขมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวและกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง ซึ่งให้กรดไขมันที่จำเป็นแก่ร่างกาย ช่วยลดระดับไขมันในเลือด (แอลดีแอล – คอเลสเตอรอล, คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์) โดยเพิ่มการ นำไปทำลายที่ตับ
  • กินน้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วเหลือง ผสมกันเพื่อเพิ่มเอชดีแอล – คอเลสเตอรอล พึงระวังว่าไขมันจากสัตว์ หรือไขมันจากพืชจะให้พลังงานเท่ากันคือ 1 กรัม ให้พลังงาน  9 กิโลแคลอรี หรือ 1 ช้อนชา ให้พลังงาน 45 กิโลแคลอรี

ข่าวประชาสัมพันธ์

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง