language :

ในปัจจุบันต้องยอมรับว่าการตรวจสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยตอกย้ำว่าร่างกายของเราปกติดีไม่มีโรคใดแอบแฝงโดยเฉพาะบางโรคซึ่งซ่อนเร้นอยู่ในร่างกาย เช่น มะเร็ง มักจะส่งสัญญาณเมื่อเป็นแล้วนอกเหนือจากการออกกำลังกายเป็นประจำแล้ว การป้องกันง่ายๆ คือ การตรวจสุขภาพประจำปีนั่นเอง หลายๆ โรงพยาบาลจึงจัดแพ็กเกจตรวจสุขภาพตามวัยต่างๆ เพื่อให้ผู้รับบริการเกิดความสะดวกในการตัดสินใจเข้ารับบริการเช็กร่างกายประจำปี

เนื่องด้วยแพ็กเกจตรวจสุขภาพแต่ละโปรแกรมมีรายละเอียด ผลการตรวจเป็นภาษาอังกฤษอาจทำให้ผู้รับบริการเกิดข้อสงสัย ซึ่งสามารถอธิบายรายละเอียดได้ดังนี้

แปลผลการตรวจปัสสาวะ หรือ urine analysis (UA)

Color ก็แค่บอกว่านี่เป็นสีอะไร สี Amber แปลว่าสีทองอำพันในประเด็นสีของปัสสาวะนี้หากเป็นตระกูลเฉดสีเหลืองอ่อนๆ รวมทั้งสีทองอำพันก็ถือว่าปกติ แต่หากเป็นสีเหลืองเข้มก็อาจผิดปกติในแง่ที่อาจมีดีซ่านหรือหมายถึงมีน้ำที่ออกมาในปัสสาวะ ถ้าเป็นสีส้มหรือสีแดงก็ผิดปกติแน่นอนในแง่ที่ว่าน่าจะมีเลือดปน ถ้าไม่ใช่เพราะเก็บตัวอย่างขณะมีประจำเดือนก็ต้องเป็นเพราะมีเลือดออกในทางเดินปัสสาวะ ซึ่งอาจหมายถึงมีนิ่ว หรือไตอักเสบ หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ดังนั้นการมีนี่สีส้มหรือสีแดงจึงต้องถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ไว้ก่อนจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าไม่มีอะไร

ในเรื่องสีนี้ยังเป็นไปได้อีกสีหนึ่งคือปัสสาวะสีเป็นโค้ก หมายถึงสีน้ำตาลดำแบบเป๊ปซี่โคล่า อันนี้หมายถึงการมีเม็ดเลือดแตกในร่างกายแล้วถูกขับออกมาในปัสสาวะ เช่น คนเป็นโรคขาดเอนไซม์จีซิกพีดี (G6PD) มักจะมีอาการเม็ดเลือดแตกง่ายให้เห็นเป็นครั้งคราว หรือบางทีติดเชื้อแรงๆ รวมทั้งเชื้อเช่นมาลาเรียก็ทำให้เม็ดเลือดแตกได้ คนสมัยก่อนถึงได้เรียกมาลาเรียว่า “ไข้ปัสสาวะดำ”

Clarity

แปลว่าความใสของปัสสาวะอยู่ระดับไหน ถ้าใสก็รายงานว่า Clear ถ้าขุ่นก็รายงานว่า Turbid ซึ่งแปลว่าขุ่น การมีปัสสาวะขุ่นถือเป็นความผิดปกติอย่างหนึ่ง ถ้าไม่เป็นเพราะร่างกายกำลังขาดน้ำอยู่อย่างแรง ก็น่าจะมีเหตุอื่นให้ปัสสาวะขุ่น เช่น มีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ โมเลกุลสารเคมีต่างๆ รั่วออกมาในปัสสาวะ เช่น โปรตีน น้ำตาล คีโตน ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งสารเคมีแต่ละตัวที่รั่วออกมาเป็นตัวบ่งบอกว่าน่าจะเป็นโรคอะไร

Sp.Gr

ย่อมาจาก specific gravity แปลว่าความถ่วงจำเพาะ หมายถึงความหนาแน่นของน้ำปัสสาวะเมื่อเทียบกับน้ำบริสุทธิ์ คือน้ำบริสุทธิ์โดยนิยามมีความถ่วงจำเพาะเท่ากับ 1.0 การที่ค่า SpGr สูงนี้ เป็นตัวอธิบายว่าการที่ปัสสาวะขุ่นนั้น อาจเกิดจากร่างกายขาดน้ำเท่านั้นเอง

pH

หมายถึงค่าความเป็นกรดเป็นด่างของปัสสาวะ คือของเหลวทั่วไปที่เป็นกลางไม่เปรี้ยวไม่ฝาดไม่เป็นกรดหรือด่าง ค่า pH จะเท่ากับ 7.4 แต่ปัสสาวะของคนเรานี้ต้องเปรี้ยวถึงจะดี คือต้องเป็นกรดมี pH อยู่ระหว่าง (5.0 – 7.0) อาจมีสารเคมีอะไรที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น แบคทีเรีย ยา อาหาร (เช่นโปรตีน) อยู่ในปัสสาวะมากผิดปกติ

Protein

หมายถึงโมเลกุลโปรตีนที่รั่วออกมาในปัสสาวะ การมีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะแสดงว่าได้กำลังมีปัญหา อาจจะเป็นโรคได้สารพัด เช่น โรคไตรั่ว (nephrotic syndrome) โรคไตอักเสบ โรคไตเรื้อรัง เป็นต้น

Glucose

หมายถึงโมเลกุลของน้ำตาลกลูโคสที่รั่วออกมาในปัสสาวะถ้าของใครมีน้ำตาลรั่วออกมาในปัสสาวะก็แสดงว่ามีน้ำตาลในเลือดสูง หรือเป็นเบาหวานนั่นเอง

Ketone

หมายถึงมีโมเลกุลของคีโตนรั่วออกมาในปัสสาวะ (1+ เท่ากับมีแต่น้อย 2+ เท่ากับมีปานกลาง 3+ เท่ากับมีมาก)

Urobilinogen

เป็นสารตั้งต้นที่โมเลกุลฮีม (heme) ซึ่ง 85% มาจากเม็ดเลือดแดง 15% มาจากเซลตับและอื่นๆ ฮีมทั้งหลายเมื่อเซลต้นสังกัดตายลง ตัวฮีมเองก็ถูกย่อยสลาย (metabolized) กลายเป็นน้ำดี (bilirubin) ซึ่งตัวนี้มันไม่ชอบไปกับน้ำจึงไม่ออกไปทางปัสสาวะ แต่จะถูกขนมาที่ตับเพื่อเชื่อม (conjugate) กับกรดกลูโคโลนิกแล้วถูกขับออกไปทางท่อน้ำดีไปออกในลำไส้ แล้วถูกจับแยกจากกรดกลูโคโลนิกกลายเป็นยูโรบิลิโนเจน (urobilinogen) ซึ่งมีสีใส ก่อนที่จะถูกแบคทีเรียทำให้กลายเป็นยูโรบิลิน (urobilin) ซึ่งมีสีเหลืองก่อนที่จะถูกเปลี่ยนไปเป็นสะเตอร์โคบิลิน (sterocbilin) ซึ่งเป็นสีเหลืองปนน้ำตาลอยู่ในอุจจาระ ในเส้นทางนี้ยูโรบิลิโนเจนส่วนหนึ่งได้หลบรอดพ้นจากการถูกเปลี่ยนเป็นยูโรบิลินแล้วถูกดูดซึมจากลำไส้กลับเข้าสู่กระแสเลือดอีกครั้ง เนื่องจากตัวยูโรบิลิโนเจนนี้ชอบไปกับน้ำ มันจึงถูกส่งไปถูกขับทิ้งที่ไตที่นั่นมันจะถูกเปลี่ยนเป็นยูโรบิลินอีก ทำให้ปัสสาวะมีสีเหลือง

การแปลความหมายค่ายูโรบิลิโนเจนก็คือถ้ามันสูงผิดปกติ แสดงว่ามีน้ำดีถูกขับออกไปในอุจจาระมาก ทำให้เกิดยูโรบิลิโนเจนขึ้นในลำไส้มาก แล้วก็ถูกดูดซึมกลับเข้ามาในกระแสเลือดมาก จึงออกไปทางปัสสาวะมาก สรุปว่าเป็นดีซ่านชนิดที่ท่อน้ำดีไม่อุดตัน แล้วถ้ามันต่ำผิดปกติ การแปลความหมายต้องแยกเป็นสองกรณี ในกรณีที่ไม่มีดีซ่าน ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติเพราะในการทำงานของระบบร่างกายปกตินั้นไม่มียูโรบิลิโนเจนออกมาในปัสสาวะเลย แต่ถ้าร่างกายอยู่ในภาวะดีซ่าน หมายถึงว่าตัวเหลืองตาเหลือง เจาะเลือดมีดีซ่านจริงๆ แต่ปัสสาวะไม่มียูโรบิลิโนเจนออกมาเลย แสดงว่าเป็นดีซ่านที่เกิดจากท่อน้ำดีอุดตัน เพราะเมื่อท่อน้ำดีอุดตัน น้ำดีก็ไหลไปลงลำไส้ไม่ได้จึงทันเข้ามาในกระแสเลือด

Bilirubin

หมายถึงน้ำดี คนที่มีน้ำดีออกมาในปัสสาวะแสดงว่ากำลังมีปัญหาดีซ่าน เช่น ตับกำลังอักเสบ หรือทางเดินน้ำดี กำลังอุดตัน หรือเม็ดเลือดกำลังแตก เป็นต้น

Leukocyte

หมายถึงสารจากเม็ดเลือดขาว ถ้ามีมากก็แสดงว่ามีเม็ดเลือดขาวออกมาในปัสสาวะมาก

Nitrite

คือสารพวกไนไตรท์ ซึ่งปกติไม่มีในปัสสาวะ จะมีก็เฉพาะในภาวะที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดที่สร้างไนไตรท์ได้หรือไม่ก็เกิดเลือดออกในปัสสาวะขนาดหนัก

White blood cell

แปลว่าเม็ดเลือดขาว ถ้ามีมากกว่าปกติแสดงมีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

Red blood cell

แปลว่าเม็ดเลือดแดง

Squamous epithelial cell

แปลว่าเซลเยื่อบุผิวมากกว่าปกติ แสดงว่าอาจเก็บตัวอย่างปัสสาวะแบบมีการปนเปื้อน หรืออาจมีการติดเชื้อหรืออักเสบเกิดขึ้น

Bacteria

ก็คือแบคทีเรีย ปกติปัสสาวะไม่ควรมีแบคทีเรียเพราะมันเป็นกรด แบคทีเรียอยู่ไม่ได้ถ้ามีแบคทีเรียแสดงว่ามีการติดเชื้อ แต่ถ้าเราปัสสาวะแล้วตั้งทิ้งไว้นานกว่าห้องแล็บจะมารับไปตรวจ แบคทีเรียในอากาศก็อาจเข้าไปเจริญเติบโตในปัสสาวะได้ Amorphous แปลว่าผลึกในน้ำปัสสาวะ เช่นผลึกกรดยูริก เป็นต้น ถ้ามีก็บ่งบอกว่าสารที่ตกผลึกนั้นมีมาก ถ้ามากถึงขนาด หนักก็จะกลายเป็นนิ่ว

Mucous thread

หมายถึงเยื่อเมือกที่เห็นเป็นเส้นๆ ในกล้อง มีความหมายคล้ายๆ กับเซลเยื่อบุผิว คือมีมากก็บ่งบอกถึงการอักเสบ

ข่าวประชาสัมพันธ์

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง