กินอย่างไรกับไขมัน (Fat For Health)

ไขมันคืออะไร
ไขมัน คือ สารอาหารที่สำคัญที่ร่างกายต้องการเพื่อใช้เป็นพลังงานสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งภายใน และภายนอกร่างกาย ไขมัน 1 กรัม ให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี่ น้ำมัน 1 ช้อนชาให้ไขมัน 5 กรัม พลังงาน 45 กิโลแคลอรี่ และไขมันยังสะสมไว้เป็น พลังงานในร่างกายด้วย ร่างกายต้องการไขมันร้อยละ 25 – 35 ของพลังงานที่ร่างกายต้องการต่อวัน
ไขมันให้ประโยชน์อะไรแก่ร่างกายอีก
- ไขมันช่วยให้เซลล์ต่างๆ เจริญเติบโต
- ไขมันช่วยในการดูดซึม และสะสมวิตามินที่ละลายในน้ำมัน A D E K
- ไขมันช่วยให้อาหารมีรสชาติดีขึ้น
ไขมันมาจากแหล่งใดบ้าง
ไขมันจากสัตว์
ได้แก่ น้ำมันหมู น้ำมันวัว ควาย เนื้อ สัตว์ติดมัน หนังสัตว์ (หนังไก่ เป็ด หมู) ครีม นม เนยสด ไข่แดง เบคอน ฯลฯ ให้กรดไขมันชนิดอิ่มตัว ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ไม่จำเป็นสำหรับร่างกาย ร่างกายสามารถสร้างเองได้ถ้าได้รับจากอาหารไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ได้แก่ คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งถ้ากินมากเกินไปเกินกว่าร่างกายต้องการจะนำไปสู่ภาวะคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง จะมีผลทำให้เกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดตีบตันและโรคอ้วน ร่างกายต้องการไขมันชนิดนี้ไม่ควรเกินร้อยละ 8 ของปริมาณไขมันที่ต้องการต่อวัน ไตรกลีเซอไรด์บางส่วนจะได้มาจากอาหาร ประเภทแป้ง น้ำตาล น้ำตาลผลไม้ แอลกอฮอล์และเบียร์อีกด้วย ถ้ากินอาหารเหล่านี้มากเกินไปก็จะเปลี่ยนเป็นไขมันและเก็บสะสมไว้ในร่างกาย

ควรเลือกกินไขมันเหล่านี้อย่างไรจึงจะปลอดภัย
- เลือกกินเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไม่มีหนัง ดื่มนมสดจืดพร่องมันเนย หรือนมสดจืดขาดมันเนย ลดปริมาณการใช้เนยสด
- หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันมะพร้าว กะทิ น้ำมันปาล์ม ซึ่งน้ำมัน เหล่านี้มาจากพืชแต่มีคุณสมบัติให้กรดไขมันอิ่มตัวเช่น เดียวกับไขมันจากสัตว์



ไขมันจากพืช
ไขมันที่ได้จากพืชเป็นกรดไขมันที่จำเป็นแก่ร่างกาย ซึ่งร่างกายสร้างเองไม่ได้ต้องได้จากการกินเข้าไปเท่านั้นแบ่งเป็น 2 ชนิด
1. ชนิดที่ให้กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว พบมากในน้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วลิสง ประโยชน์ที่ได้รับช่วยให้น้ำตาลกลูโคสถูกนำไปใช้ได้ดีขึ้น โดยใช้พลังงานจากน้ำมันเหล่านี้ไปแทนพลังงานบางส่วนที่มาจากคาร์โบไฮเดรตและช่วยลดการดื้อต่ออินซูลินในผู้เป็นเบาหวาน
-
- ช่วยเพิ่มระดับเอชดีแอล – คอเลสเตอรอล (คอเลสเตอรอลตัวดี)
- ช่วยลดระดับแอลดีแอล – คอเลสเตอรอล (คอเลสเตอรอลตัวร้าย)
- ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งใช้แทนอาหารบางส่วนที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง
ปริมาณความต้องการกรดไขมันชนิดนี้ : ร่างกายต้องการไขมันชนิด นี้ร้อยละ 10 – 15 ของปริมาณไขมันที่ต้องการต่อวันนอกจากกรด – ไขมันที่ดีแล้ว น้ำมันรำข้าวยังมีสารโอริซานอล และวิตามินอีจะ ช่วยป้องกันการเกิดการเผาผลาญออกซิเจนของกรดไขมันไม่อิ่มตัวและช่วยลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลด้วย
2. ชนิดที่ให้กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน พบมากในเมล็ดพืช เช่น น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันดอก คำฝอย ประโยชน์ที่ได้รับ
-
- ช่วยลดระดับแอลดีแอล – คอเลสเตอรอล
- ลดระดับเอชดีแอล – คอเลสเตอรอล ถ้าได้รับปริมาณมากเกิน ความต้องการของร่างกาย ความต้องการกรดไขมันชนิดนี้เพียงร้อยละ 10 ของพลังงานที่ต้องการต่อวัน

น้ำมันปลา (Fish Oil)
น้ำมันปลาเป็นน้ำมันจากสัตว์ที่ให้กรดไขมันที่จำเป็นสำหรับร่างกาย สร้างขึ้นเองไม่ได้ เป็นกรดไขมันชนิดเชิงซ้อน ซึ่งได้มาจากเนื้อปลา และหัวปลาทะเลชนิดโอเมก้า 3 พบอยู่ 2 ชนิด คือ
- ไอโคซาเพนทาอีโนอิค (Eicosapentaenoic fatty acid, EPA)
- โดโคซาเฮกซาอีโนอิค (Docosahexaenoic fatty acid, DHA)
แหล่งที่พบ : พบมากในปลาแมคเคอรอล เฮอริง แซลมอน ทูน่า ฯลฯ ปลาที่เลี้ยงในบ่อพบว่ามีโอเมก้า 3 มากกว่าปลาทะเล 3 – 4 เท่า เช่นปลาทับทิม ปลานิล ฯลฯ ควรกินปลาวันละ 1 มื้อ
ประโยชน์ของน้ำมันปลา
- ช่วยยับยั้งการสร้างไตรกลีเซอไรด์ และลดไตรกลีเซอไรด์ได้ควร กินวันละ 2.4-3 กรัม
- ป้องกันปัจจัยเสี่ยงของไขมันอุดตันในหลอดเลือด
- ช่วยขจัดคอเลสเตอรอลออกจากร่างกาย
- บำรุงสมอง และควบคุมอารมณ์
- สร้างเซลล์สมองในเด็กทารกในครรภ์
- ช่วยในการพัฒนาระบบประสาท ระบบตาของเด็กทารกในครรภ์
ข้อเสียของน้ำมันปลา
น้ำมันปลาให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี่ต่อ น้ำมันปลา 1 กรัมเช่นเดียวกับน้ำมันที่ได้จากน้ำมันทั่วไป นอกจากพลังงานแล้วถ้ากินน้ำมัน ปลามากเกินไปจะทำให้
- เกิดปฏิกิริยา ออกซิเดชันได้ง่ายและเกิดเป็นอนุมูลอิสระซึ่งเป็นพิษแก่ร่างกาย
- เลือดออก และหยุดยาก
- ดื้อกับอินซูลินทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
- ภูมิต้านทานของร่างกายลดลงโดยไปยับยั้งการต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆในร่างกาย

ควรเลือกกินอาหารไขมันอย่างไรจึงจะปลอดภัย
- เลือกใช้น้ำมันจากพืช (ยกเว้นกะทิ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม) ในการประกอบอาหารทุกมื้อ เช่น น้ำมันมะกอก รำข้าว ถั่วเหลือง ทานตะวัน
- หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันจากสัตว์ กินเนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำ ปลา ดื่ม นมจืดพร่องมันเนยหรือนมสดขาดมันเนย หลีกเลี่ยงอาหารจานเดียวที่มีไขมันสูง เช่น ผัดไทย หอยทอด ไข่เจียว ก๋วยเตี๋ยวแห้ง ฯลฯ
- หลีกเลี่ยงการใช้ไขมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน (Trans tothy acid) หรือไขมันทรานส์ที่อยู่ในรูปของเนยเทียม เนยขาว ที่นำมาใช้ทำขนมเค้ก พาย โดนัท คุกกี้ เป็นต้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดตีบตัน
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่นไข่แดง เครื่องในสัตว์ อาหารทะเลที่มีเปลือกแข็ง ถ้ามีปัญหาคอเลสเตอรอลใน เลือดสูง คอเลสเตอรอลควรได้รับไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน
- อ่านฉลากโภชนาการ เพื่อหลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูปที่มีไขมันอิ่มตัวสูง



